ต้นแบบการพัฒนาครู

ต้นแบบการพัฒนาครู                 optimized
ต้นแบบการพัฒนาครู

ระบบและแนวทางการปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพครู
ตอนที่ 2 ต้นแบบที่ดีจากประเทศที่มีผลลัพธ์ทางการศึกษาสูง

บทความครั้งก่อน เราเสนอถึงสภาพปัญหาของระบบการพัฒนาครูในปัจจุบัน อันนำมาสู่การวิจัยเพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข และต่อยอดสู่การพัฒนาครูในอนาคต จากงานวิจัยเรื่อง “ระบบและแนวทางการปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพครู จากแนวคิดการเรียนรู้เชิงวิชาชีพสู่การปฏิบัติ (Systems for Teacher Professional Development and Reform: Transforming Conceptions of Professional Learning to Practices)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิตร เอราวรรณ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา (IRES) 2562 ได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจ หลักสำคัญว่าด้วยระบบการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นครู ระบบการฝึกหัดพัฒนาวิชาชีพครู ระบบการติดตามและประเมินผลเพื่อให้เกิดการพัฒนา นำไปสู่ผลงานและความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
.
โดยได้นำเสนอต้นแบบที่ดีจากประเทศที่มีผลลัพธ์ทางการศึกษาสูง เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน ฟินแลนด์ แคนาดา นิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศ OECD หรือประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อเป็นแนวทางนำมาปรับประยุกต์ใช้ ในการปฏิรูประบบการพัฒนาวิชาชีพครูในบ้านเราต่อไป ซึ่งระบบการฝึกหัดและพัฒนาวิชาชีพครูในประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราหยิบยกมาฝากกันในครั้งนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ และฟินแลนด์

สิงคโปร์
การคัดเลือกครูของสิงคโปร์จะจำกัดการรับคนตามความต้องการที่แท้จริง รัฐบาลจะคำนวณอัตราว่างล่วงหน้าก่อนประกาศรับสมัคร เมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว ต้องเข้าทดสอบทางภาษา สอบสัมภาษณ์ ซึ่งถือว่าเข้มข้นมาก เพราะมีผู้สมัครเพียง 1 ใน 8 เท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก
.
สถาบันฝึกหัดครูในสิงคโปร์ เป็นสถาบันระดับชาติ คือ National Institute of Education หรือ NIE พัฒนาหลักสูตรการฝึกหัดครูตามหมวดวิชาวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์ และจำแนกเป็น 2 ระดับ คือ ครูประถมศึกษา และครูมัธยมศึกษา โดยเน้นให้ครูมีทั้งทักษะทางภาษา ความรู้ลึกซึ้งในวิชาที่สอน และปลูกฝังความซื่อสัตย์ทางวิชาการ นอกจากนี้หลักสูตรยังออกแบบให้มีการฝึกสอนตลอด 4 ปี ทำให้บุคลากรพร้อมออกไปปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบอีก
.
สิงคโปร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูอย่างยิ่ง โดยระบบจะสนับสนุนให้ครูเข้าอบรม พัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการปีละ 100 ชั่วโมง โดยรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด มี Grow Model คือโมเดลเพื่อสร้างครูให้เพียงพอกับความต้องการ เป็นที่ยอมรับ และให้ความสำคัญกับการสรรหาผู้บริหาร หรือครูใหญ่มาเป็นผู้นำด้านการเรียนการสอน
.
ส่วนการติดตามและประเมินผล สิงคโปร์จะใช้ระบบ Performance-based Evaluation เพื่อให้ครูเกิดการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ โดยต้องใส่ใจกับการสอนเป็นอย่างมาก เพราะเด็กมีผลต่อการประเมิน และยังต้องติดต่อกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอด้วย ถ้าไม่ผ่านการประเมินถึง 3 ครั้ง อาจถูกตัดสิทธิให้ประกอบวิชาชีพครู แต่หากผู้ใดมีผลงานดีก็อาจมีโบนัสให้ตามผลการประเมินเช่นเดียวกัน
.
อีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญ คือเงินเดือนและค่าตอบแทนของครูในสิงคโปร์ อยู่ในเกณฑ์สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ครูแรกเข้า เงินเดือนประมาณ 3,360 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 82,000 บาท และยังเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในสังคมสูง มีการกำหนดเส้นทางในอาชีพอย่างชัดเจน และมีโอกาสก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ครูจึงมีสมดุล ทั้งคุณภาพชีวิต และการทำงาน
.
ฟินแลนด์
ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีผลสำเร็จทางการศึกษาสูง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ถ้ามาดูระบบการฝึกหัดและพัฒนาครู พบว่ามีความเข้มงวดมาก ตั้งแต่ระบบการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นครู เพื่อให้ได้นักศึกษาที่มีความถนัดทั้งการสอน และเข้มแข็งทางวิชาการ โดยมีการคัดเลือกถึง 4 ขั้นตอน คือ การทดสอบระดับชาติ ระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องได้คะแนนอยู่ในร้อยละ 20 แรกของกลุ่มผู้สมัคร จึงจะมีโอกาสผ่านไปยังรอบที่ 3 คือการสอบสัมภาษณ์ และสุดท้าย คือการตรวจสอบความเหมาะสมในการสอน ทักษะการสื่อสาร และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยต้องผ่านการทดสอบการสาธิตการสอนด้วย

ครูของฟินแลนด์ต้องจบปริญญาโทเท่านั้น ยกเว้นครูอนุบาลที่จบระดับปริญญาตรีได้ หลักสูตรครูประถมศึกษา ต้องเรียนทั้งวิชาเอก และวิชาโท ส่วนมัธยมศึกษา ต้องเรียนวิชาเอกอย่างเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรผสม ประถม – มัธยม และครูอาชีวศึกษา ในสายอาชีพ

การฝึกหัดครูของฟินแลนด์ จะเน้นการฝึกบนฐานห้องเรียน (classroom-based training) นักศึกษาต้องเรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์การสอน การจัดการชั้นเรียน ด้วยการไปสังเกตการณ์ในห้องเรียนจริง และกำหนดให้มีการฝึกสอนตลอดหลักสูตร และเนื่องจากฟินแลนด์มีการคัดเลือกผู้เข้าเรียนอย่างเข้มงวดตั้งแต่แรกเข้า จึงจะออกใบอนุญาตให้กับผู้จบการศึกษาในหลักสูตรฝึกหัดครูเท่านั้น โดยไม่สามารถได้รับอนุญาตผ่านช่องทางอื่น

รูปแบบการพัฒนาครูในฟินแลนด์นั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับโรงเรียนจะพัฒนาบุคคลที่ได้รับคัดเลือก เนื่องจากหลักสูตรจากส่วนกลางจะกำหนดเฉพาะเป้าหมายในภาพรวม ไม่ได้กำหนดแนวทางไปสู่เป้าหมายนั้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของครูในการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาหลักสูตร แลกเปลี่ยนการสอน และเผยแพร่ให้ทั่วถึง โดยโรงเรียนจะจัดเวลาช่วงบ่ายของแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้ครูร่วมกันวางแผนและพัฒนาหลักสูตร ในรูปแบบชุมชนโดยมีครูพี่เลี้ยงที่จะประชุมร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนแผนและวิธีการสอน ทำให้ครูมีอิสระอย่างมากในการควบคุมดูแลชั้นเรียน จึงพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ และถ้าหากครูมีความสามารถและเหมาะสม ก็อาจได้รับการคัดเลือกเป็นครูใหญ่ หรือก้าวหน้าทางวิชาชีพต่อไป

นอกเหนือจาก 2 ประเทศนี้ จากการศึกษาระบบการฝึกหัดและพัฒนาครูในประเทศอื่นๆ ที่มีผลลัพธ์ทางการศึกษาสูง พบว่ามีจุดร่วมไม่แตกต่างกันมากนัก ได้แก่
✔ผลิตครูตามจำนวนที่ต้องการ หรือขาดแคลน โดยอ้างอิงผลการสำรวจจากภาครัฐ
✔ระบบการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นครูมีความเข้มงวดมาก เพื่อให้ได้นักศึกษาครูที่มีคุณภาพสูง และพร้อมจบออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที
✔ระบบฝึกหัดวิชาชีพครู เน้นภาคปฏิบัติการฝึกสอนจริงในห้องเรียน มากกว่าการเรียนรู้เฉพาะทฤษฎี หรือหลักวิชาการ
✔แม้มีหน่วยงานส่วนกลาง เป็นผู้กำหนดหลักสูตร แต่ยังให้อิสระครูในการออกแบบการเรียนการสอนได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้ากับบริบทของพื้นที่และสถานศึกษา และครูพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
✔การติดตามและประเมินผลครูเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของตัวเด็กเป็นสำคัญ ครูจึงต้องใส่ใจในการเรียนรู้ของเด็กอย่างยิ่งยวด
✔สร้างแรงจูงใจให้คนเก่งมาเป็นครู ด้วยการสร้างให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับ และได้ผลตอบแทนสูง
.
เมื่อหันกลับมามองระบบการฝึกหัดและพัฒนาครูในบ้านเรา พบว่ายังมีหลายจุดที่เป็นไปทิศทางตรงกันข้าม ปัญหาหลักที่ครูส่วนใหญ่สะท้อนไปในทิศทางเดียวกัน คือครูไทยต้องทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการสอนมากเกินไป การประเมินผลครูไม่ได้มุ่งเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ทำให้ผิดวัตถุประสงค์การพัฒนาครู ค่าตอบแทนที่ไม่จูงใจ ไม่เอื้อให้ครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสอน ฯลฯ ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาในระบบการผลิตและพัฒนาครูที่เห็นได้ชัดที่สุด การเรียนรู้ระบบและแนวทางจากประเทศที่มีผลสำเร็จทางการศึกษาสูง อาจเป็นอีกหนึ่งในข้อเสนอแนะ เพื่อต่อยอดไปสู่แนวทางการปฏิรูประบบฝึกหัดและพัฒนาวิชาชีพครูของไทยต่อไปในอนาคต…
.
อ้างอิง
ระบบและแนวทางการปฏิรูปการพัฒนาวิชาชีพครู จากแนวคิดการเรียนรู้เชิงวิชาชีพสู่การปฏิบัติ
Systems for Teacher Professional Development and Reform: Transforming Conceptions of Professional Learning to Practices
โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิตร เอราวรรณ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา (IRES) 2562

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

EnglishThai