ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ

ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ
ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ                 large

ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ

ถึงเวลาที่จะแยกประเภทใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้วหรือยัง ไม่ใช่มีเพื่ออ้างว่าเป็น”วิชาชีพชั้นสูง” แล้วขอเงินเดือน พอถึงคราวต้องปฏิบัติจริงกลับไม่เป็นผล ครูไม่มีใบอนุญาตเกลื่อนเมือง ติดตามบทวิเคราะห์จาก…. ชัยวัฒน์ ปานนิล
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว ครู 4 คน ทำร้ายเด็กอนุบาล หลังลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้กระทำผิดทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาลและปรากฏชัดเจนว่า “ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู” หรือ “ตั๋วครู” 

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เป็นหลักฐานการอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพควบคุมตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 เป็นผู้มีสิทธิ์ในการประกอบวิชาชีพ ซึ่งได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น

ซึ่งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตฯ คือ คุรุสภา อ้างอิงข้อมูลจากเวบไซด์ของ คุรุสภา ปรากฏว่า ระหว่างปี 2560 – 2563 มีผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูรายใหม่ จำนวน 184,512 ราย และในปี 2563 มีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จำนวน 316,543 ราย (อ่านรายละเอียดตามตารางประกอบ)

ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ 1601826717

เป็นการอนุญาตแบบเหมารวม โดยแยกเป็น ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น เท่านั้น ในส่วนของครูไม่ได้มีการแยกให้ชัดเจนว่า สามารถสอนได้ในระดับไหน อนุบาล ประถม มัธยม หรืออาชีวะ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแง่ของตัวผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็น อายุ ช่วงวัย พัฒนาการ หลักสูตรการสอน แม้จะมีการกำหนดวิชาเอกของครูผู้สอน แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริงก็ไม่สามารถทำได้

ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนที่ย้ายถิ่นฐานไปประกอบวิชาชีพครูที่รัฐๆ หนึ่งของสหรัฐอเมริกา ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ของรัฐที่เขาอยู่แบ่งเป็นระดับชั้นการศึกษา อนุบาล ประถม และมัธยม ในแต่ระระดับมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน

เช่น อนุบาลมีทั้งหมด 6 ระดับ สูงสุดคือ ผู้อำนวยการ แต่ละระดับหมายถึงการเพิ่มขึ้นของค่าตอบแทน หากสอบผ่าน การศึกษาในระดับประถมวัยเอกชนเป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรียนการสอน

เนื่องจากไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ มีทั้งจัดการเรียนการสอนในสถานที่เอกชนและเอกชนเข้าไปจัดการเรียนการสอนในสถานที่ของรัฐ ส่วนภาครัฐก็จะรับผิดชอบจัดการศึกษาในรูปแบบของสวัสดิการสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยเท่านั้น

ครูทุกคน รวมถึงผู้ช่วย ต้องผ่านการฝึกปฏิบัติ การ CPR การปฐมพยาบาล ทุกเรื่องรวมถึงแมลงสัตว์กัดต่อย น้ำแข็งกัด ความร้อนจัด การใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ เป็นต้น และต้องรับการอบรม ทุก 2 ปี ก่อนเปิดภาคเรียน ต้องมีการให้ความรู้ การรายงานการทำร้ายเด็ก (การ Abuse ทั้งกาย วาจา การคุกคามทางเพศ ) เรียกว่า Mandated Report
 

จะเห็นได้ว่าการดำเนินการของครูในต่างแดน ค่อนข้างละเอียด ชัดเจน และรัดกุม เป็นการบริหารจัดการในเชิงรุก มากกว่าที่จะรอให้เกิดปัญหา

ถึงเวลาแล้วที่ “ครูปฐมวัย” ควรแยกใบอนุญาตวิชาชีพ 1601826696

มีการแยกแยะอย่างชัดเจน ถึงรูปแบบและขอบเขต ของการปฏิบัติงาน ถึงเวลาแล้วยังที่จะปฏิรูป การอนุญาตให้ผู้ที่สนใจจะประกอบอาชีพครู ให้ชัดเจน และรัดกุมมากยิ่งขึ้น ให้สมกับคำว่า “วิชาชีพชั้นสูง” มากกว่าที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อรับเงินเดือนเพิ่มเท่านั้น

ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูลข่าวจาก :: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 4 ตุลาคม 2563  เวลา 15:45 น.

แก็บติวเตอร์@STEC4

คณิตศาสตร์สำหรับข้าราชการ

เจ้าของแฟนเพจ แก็บติวเตอร์ ติวเอกคณิคศาสตร์

Leave A Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

EnglishThai